31 พฤษภาคม 2562
92 views
share

เจอร์เก้น คล็อปป์ เตรียมนำลิเวอร์พูลลงเล่นนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สองปีติดต่อกัน ในสกู๊ปนี้ เราจะพาเดอะ ค็อป ไปย้อนดูกันว่า 8 นัดชิงดำถ้วยใบนี้นั้น หงส์แดง เจอกับใครมาแล้วบ้างและผลการแข่งขันออกมาอย่างไร

โรม 1977 : ลิเวอร์พูล 3-1 โบรุสเซียร์ มึนเช่น กลัดบัค

 

 

ย้อนรอย 8 แมตช์ ลิเวอร์พูลชิงดำถ้วยใหญ่ยุโรป

 

    ลิเวอร์พูล เริ่มไขว่ขว้าความสำเร็จถ้วยยุโรป โดยถล่มเอาชนะตัวแทนจากเยอรมันไปได้อย่างขาดลอย

    เทอร์รี่ แม็คเดอร์ม็อตต์ พังสกอร์แรกให้ลิเวอร์พูลออกนำ แต่ก็ถูกสิงห์หนุ่มตีเสมอจากอัลลัน ซิมอนเซ่น แต่จากนั้นเครื่องจักรสีแดงก็ปูพรหมใส่ไม่ยั้งทอมมี่ สมิธ โขกขึ้นนำอีกครั้งและเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในซีซั่น 

    ฟิล นีล ยอดแนวรับจอมยิงจุดโทษ ซัดประตูหนีห่าง ก่อนจะเป็นเควิน คีน ทื่ปิดท้ายเกมอำลาในสีเสื้อหงส์แดง ทำให้ฝันของชาวสีแดงเป็นจริงและเริ่มนับหนึ่งในถ้วยใบนี้

เวมบลี่ย์ 1978 : ลิเวอร์พูล 1-0 คลับ บรูจ

 

ย้อนรอย 8 แมตช์ ลิเวอร์พูลชิงดำถ้วยใหญ่ยุโรป

 

    หลังจบซีซั่นก่อนหน้า เควิน คีแกน ย้ายไปอยู่กับฮัมบูร์ก ที่เมืองเบียร์ จนทำให้ลิเวอร์พูลอาจสิ้นสุดความยิ่งใหญ่เพียงเท่านี้

    อย่างไรก็ดี เทพบุตรคนใหม่ที่เข้ามาแทนทีคีแกน นามว่า เคนนี่ ดัลกลิช ที่แม้จะเจอความกดดันแต่เขาสามารถรับมือได้ยอดเยี่ยม เกมนี้ประตูชัยก็มาจากแข้งสก็อตช์ที่ซัดใส่คลับ บรูจ ที่สนามเวมบลี่ย์ และจากนั้นชื่อของดัลกลิช ก็เป็นตำนานของลิเวอร์พูล เป็นต้นมา

ปารีส 1981 : ลิเวอร์พูล 1-0 เรอัล มาดริด

 

ย้อนรอย 8 แมตช์ ลิเวอร์พูลชิงดำถ้วยใหญ่ยุโรป

 

    ในตอนนั้นทั้งสองทีมคือยักษ์ใหญ่แห่งยุโรป ที่โคจรมาเจอกันในรอบชิงที่พาร์ค เดอส์ แปร็งส์ 

    เริ่มเกมได้เพียง 8 นาที อลัน เคเนดี้ พาบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนจะยิงเต็มข้อผ่านตัวอกุสติน โรดริเกซ เสียบเสาแรก ในตอนนั้นชื่อเสียงของเคเนดี้ ยังไม่ได้โดดเด่นอะไรเท่าไหร่ แต่หลังจากจบเกมนี้ และอีกสามปีต่อมาในเกมกับโรม่า สถานะของเขาได้เปลี่ยนไปจนเรียกได้ว่าเขาคือตำนานอีกคนหนึ่ง

โรม 1984 : ลิเวอร์พูล 1-1 โรม่า (ลิเวอร์พูล ชนะจุดโทษ 4-2)

 

ย้อนรอย 8 แมตช์ ลิเวอร์พูลชิงดำถ้วยใหญ่ยุโรป

 

    เป็นเกมที่แฟนบอลทุกคนต้องจดจำกับลีลาของบรู๊ซ กร็อบเบลาร์ กับท่าสปาเก็ตตี้ เลกส์ ในช่วงการดวลจุดโทษ

    ท่ามกลางความกดดันที่ต้องเล่นที่โอลิมปิโก กรุงโรม ซึ่งคือสนามเหย้าของคู่แข่งในวันนั้นอย่าง จัลโล่รอซซี่ ฟิล นีล และ โรแบร์โต้ ปรุซโซ่ ทำคนละประตูให้กับทั้งสองทีม ก่อนที่จะเสมอกันไป 1-1 ในช่วงเวลาปกติ และต้องตัดสินในช่วงดวลจุดโทษ

    ในระหว่างช่วงตัดสินดวลลูกโทษ นายด่านซิมบับเว โชว์ลีลาที่แฟนลูกหนังไม่เคยเห็นมาก่อน ด้วยการส่ายไปส่ายมา จนทำให้สองผู้เล่นโรม่า ทั้ง บรูโน่ คอนติและ ฟรานเชสโก้ กราซินี่ ยิงไม่เข้า ซึ่งต่อมาท่านี้ได้รับการเรียกขานว่า สปาเก็ตตี้ เลกส์

บรัสเซลส์ 1985 : ยูเวนตุส 1-0 ลิเวอร์พูล

 

ย้อนรอย 8 แมตช์ ลิเวอร์พูลชิงดำถ้วยใหญ่ยุโรป

 

    ลิเวอร์พูลเข้าชิงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจดจำสำหรับพวกเขาเท่าไหร่ 

    เกมฟุตบอลกลายเป็นโศกนาฏกรรม เมื่อแฟนบอลทะเลาะกันรุนแรงส่งผลให้อัฒจันทร์พังลงมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 39 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นแฟนบอลของยูเวนตุส และยังมีอีก 600 ชีวิตที่บาดเจ็บ

    จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ลิเวอร์พูล ถูกแบนจากเวทียุโรป 6 ปี และสโมสรจากอังกฤษก็ถูกห้ามเข้าแข่งขันฟุตบอลยุโรปทุกรายการเป็นเวลา 5 ปี

อิสตัสบูล 2005 : ลิเวอร์พูล 3-3 เอซี มิลาน (ลิเวอร์พูล ชนะจุดโทษ 3-2)

 

ย้อนรอย 8 แมตช์ ลิเวอร์พูลชิงดำถ้วยใหญ่ยุโรป

 

    20 ปีผ่านไปจากเหตุการณ์ที่เฮย์เซล ลิเวอร์พูลกลับมาเข้าชิงถ้วยใบนี้อีกครั้ง ซึ่งเปลี่ยนชื่อจากยูโรปเปียน คัพ เป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

    ค่ำคืนสุดมหัศจรรย์ที่ทุกคนไม่มีวันลืม จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ตามหลัง เอซี มิลาน 0-3 ความเป็นไปได้คือแทบไม่มีที่จะกลับมา แต่ครึ่งหลัง หงส์แดงใช้เวลาเพียง 6 นาที สำเร็จโทษตีเสมอ 3-3 และจากนั้นก็ยื้อไปจนถึงช่วงต่อเวลา

    เจอร์ซี่ ดูเด็ค เซฟแล้วเซฟอีก ลูกยิงจ่อๆของอันเดร เชฟเชนโก้ เหลือเชื่อมากๆ และจากนั้นก็ถึงเวลาพระเอกตัวจริง

    ดูเด็ค โชว์ท่าสปาเก็ตตี้ เลกส์ ของกร็อบเบลล่า เซฟจุดโทษคนสุดท้ายของเชว่า พาลิเวอร์พูลเถลิงแชมป์รายนี้เป็นสมัยที่ 5

เอเธนส์ 2007 : เอซี มิลาน 2-1 ลิเวอร์พูล

 

ย้อนรอย 8 แมตช์ ลิเวอร์พูลชิงดำถ้วยใหญ่ยุโรป

 

    สองปีถัดมา รีแมตช์นัดชิงที่อิสตันบูล เอซี มิลาน พกความแค้นมาเต็มที่เพื่อหวังชำระสิ่งที่ลิเวอร์พูลทำไว้เมื่อปี 2005

    อันเดรีย ปีร์โล่ ยิงลูกฟรีคิกแฉลบหลังของฟิลิปโป้ อินซากี้ พารอสโซเนรี่ ขึ้นนำก่อนหมดครึ่งแรกไม่กี่นาที ครึ่งหลัง ปิ๊ปโป้คนเดิมหลุดเข้าไปซัดประตูที่สองให้มิลานหนีห่าง แม้ช่วงท้ายเกม เดิร์ค เคาท์ ยิงให้ลิเวอร์พูลตามมา แต่ก็ไล่ไม่ทัน บทสรุปสุดท้ายเป็นมิลานที่ชำระแค้นลิเวอร์พูลได้สำเร็จ

เคียฟ 2018 : เรอัล มาดริด 3-1 ลิเวอร์พูล

 

ย้อนรอย 8 แมตช์ ลิเวอร์พูลชิงดำถ้วยใหญ่ยุโรป

 

    คู่ชิงเมื่อปีที่แล้ว มีหลานโมเมนต์ที่ให้จดจำ ทั้ง จังหวะที่เซร์คิโอ รามอส เหวี่ยงโมฮาเหม็ด ซาลาห์ จนดาวยิงอียิปต์เล่นต่อไม่ไหว รวมถึงศอกใส่ลอริส คาริอุส จนนายด่านรายนี้มึนงง จนเกิดช็อตพลาดแบบมหันต์ให้คาริม เบนเซม่า เข้าไปยิงง่ายๆ ก่อนปิดท้ายด้วยประตูจักรยานอากาศสุดสวยของแกเร็ธ เบล

    อย่างไรก็ มาปีนี้ ลิเวอร์พูลก็พร้อมแล้วที่จะแก้ตัวจากซีซั่นก่อน ซึ่งคู่ชิงคือท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ทีมเพื่อนร่วมลีก ในวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายนนี้